Smart Phone คืออะไร คุณสมบัติเด่นของ Smart Phone

Smart Phone หมายถึงโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถพิเศษเพิ่มเติมของ PDA เข้าไป ทำให้สามารถมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น รับส่งอีเมล์ มีปฏิทิน จัดทำตารางนัดหมาย และ contact เป็นต้น เรียกได้ว่า Smart Phone เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมเลยทีเดียว

คุณสมบัติเด่นของ Smart Phone

ระบบปฏิบัติการ หรือ OS (Operating System) เป็นระบบที่ช่วยให้การทำงานของโทรศัพท์มีประสิทธิภาพ และเป็นตัวกำหนดว่าโปรแกรมต่างๆ ที่จะสามารถติดตั้งเข้ากับ Smart Phone ได้หรือไม่ด้วย สำหรับระบบปฏิบัติการที่เป็นที่นิยมใช้งานบน Smart Phone ได้แก่ Symbian OS, Windows Mobile, Palm OS หรือแม้กระทั่ง Linux OS

อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้สำหรับ Smart Phone

  • หูฟัง Bluetooth
    หูฟังแบบไร้สาย ที่อาศัยเทคโนโลยี Bluetooth ในการสื่อสาร โดยสามารถพูดคุยได้ โดยไม่จำเป็นต้องวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเอรา ปกติจะสามารถใช้งานในระยะประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ขึ้นกับประสิทธิภาพของ Bluetooth
  • แป้นพิมพ์ – Keyboard
    ช่วยให้เกิดความสะดวกในการพิมพ์ข้อความ โดยเฉพาะอีเมล
  • จอยสติ๊ก JoyStick
    สำหรับเล่นเกมส์บนมือถือ เพื่อความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
  • อื่นๆ อีกมากมาย

PDA Phone, Palm Phone คืออะไร

  • การนำ PDA หรือ Pocket PC มาเพิ่มความสามารถในการใช้งานโทรศัพท์
  • ส่วน Palm Phone ก็คือเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Palm มาเพิ่มความสามารถในการใช้งานโทรศัพท์

โทรศัพท์แบบ Smart Phone

  • Dopod 838 PDA Phone
  • HTC Smart Phone?
  • Motorola A1000
  • Nokia 6680
  • O2 XDA II
  • Samsung i600
  • Sony Ericsson P800, P900

** ด้วยการทำงานของ Smart Phone ที่มีความหลายหลาย และใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ สามารถติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมเข้าไปได้ ดังนั้น ปัญหาที่อาจเกิดตามมาโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่ายๆ นั่นคือ ไวรัส ซึ่งจะมีลักษณะการทำงานคล้ายๆ กับไวรัสคอมพิวเตอร์ คงต้องชั่งใจ สักนิด ก่อนเลือกซื้อ..

งาน Thailand Mobile Expo จะซื้อมือถือรุ่นไหนดี?

วันนี้เป็นงาน Thailand Mobile Expo 2011 วันแรกครับ งานมีตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2011 นี้ครับ เรียกได้ว่าใครที่รับแต๊ะเอียมาเมื่อวาน เดินมางานนี้อาจจะแต๊ะเอียหายได้ครับ ไม่ได้โดนล้วงนะ อาจจะได้มือถือที่โดนใจกลับไปครับ

และหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่างานชื่อ ยาวๆ ว่า Thailand Mobile Expo นี่มันมีอะไรดีหรอ? ทางเราก็บอกไว้เลยว่ามีดีที่ ‘พรีตตี้’ ครับ ไม่ใช่แล้ว มีดีที่ “มือถือ” ต่างหากครับ

สำหรับมือถือเด่นๆ ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ จะเป็นมือถือ Android ครับ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รุ่นที่เด่นนั้นก็คือ Motorola Defy, Samsung Galaxy Cooper และ Wellcom A99 ครับ โดย 2 ตัวแรกนั้นเป็นอินเตอร์แบรนด์หลายๆคนรู้จักดีครับ ส่วน Wellcom A99 หลายคนอาจจะไม่รู้จัก ยี่ห้อนี้เป็นเฮ้าส์แบรนด์ครับ นำเครื่อง OEM จากจีนมาขาย

เรามาว่าเรื่องจุดเด่นของแต่ละรุ่นกันเลยดีกว่าครับ เริ่มที่

Motorola Defy (ราคา 12,900 บาท)

รุ่น นี้เป็นกระแสมาตั้งแต่ก่อนวางขายแล้วครับ ด้วยความที่เป็นมือถือที่อึด และกันน้ำได้ กันกระแทกได้ แน่นอนว่าหลายๆคนต้องอยากได้กันแน่นอนครับ (สำหรับคลิปการกันน้ำ สามารถดูได้จาก ที่นี่ ครับ)

สำหรับ จุดด้อยก็คือ ยังเป็น Android 2.1 อยู่ครับ ในขณะที่อีก 2 ตัวนั้นเป็น Android 2.2 ครับ แต่ได้ข่าวว่าเร็วๆนี้จะมีการอัพเดทเวอร์ชั่นเป็น Android 2.2 ครับ สำหรับ Motorola Defy

Samsung Galaxy Cooper (ราคา 9,900 บาท)

Galaxy Cooper นั้นน่าสนใจกว่า Galaxy 3, Galaxy 5 และ Galaxy Spica มากครับ เพราะด้วยสเปกที่สูงกว่า และเปิดตัวที่งาน Thailand Mobile Expo เป็นที่แรกในเอเชีย นอกจากนี้ยังมาพร้อม Android 2.2.1 และตีตราแบรนด์ Samsung ครับ นอกจากนี้ยังเปิดราคามาได้น่าโดนใจเป็นอย่างยิ่งครับ และที่สำคัญคือรุ่นนี้ถ่ายภาพดีที่สุดใน 3 รุ่นที่ยกมาให้ดูครับ เพราะมีกล้อง 5 ล้านพิกเซล และยังมีไฟแฟลชอีกด้วย

สำหรับจุดด้อยก็คือหน้าจอยังไม่ละเอียดมาก และหน้าตาเหมือนกับ iPhone 4

Wellcom A99 (ราคา 9,900 บาท)

Wellcom A99 เป็นมือถือ Android แบบเฮาส์แบรนด์ครับ ไม่ใช่อินเตอร์แบรนด์แบบ 2 ยี่ห้อที่กล่าวไปตอนแรก แต่ว่ามีจุดเด่นคือสเปกแรงที่สุดใน 3 ตัวนี้ครับ เพราะว่ามี CPU 1GHz และ GPU Adreno 205 ที่ประมวลผล 3D แรงมากครับ

ส่วนจุดด้อยก็คือ เป็นเฮาส์แบรนด์ และกล้องถ่ายรูปไม่ดี และสุดท้ายคือมัลติทัช 2 จุดเทียมครับ (cross กันไม่ได้)

ที่ ยก Android 3 รุ่นนี้มา เพราะเป็นรุ่นที่น่าจะขายดีมากครับ เพราะมีราคาที่ไม่แพงมาก ส่วนอีก 2 รุ่นที่ราคาพอๆกันก็คือ HTC Wildfire และ LG Optimus 1 นั้นสเปกไม่สูงเท่า 3 รุ่นที่กล่าวมาครับ

ส่วน Android ระดับ High-End ที่น่าสนใจนั้นก็มี Samsung Galaxy S, Galaxy Tab, Dell Streak และ HTC Desire HD ครับ

สำหรับ รุ่นที่น่าสนใจที่สุดก็คือ Galaxy S ครับ เพียงแต่ว่าต้องนำไปลง Custom Rom นะครับ (สำหรับราคาได้ยินมาว่า 16,900 บาท ครับ Galaxy S ในงานนี้ มีล็อตเก่าที่เป็นจอ Super AMOLED มาขายด้วย ตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ก็ไม่ทราบว่าหมดไปหรือยังครับ พรุ่งนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นล็อตจอ S-LCD แล้วก็ได้ครับ)

ส่วน Nexus S, LG Optimus 2X, Optimus Black นั้นมาไม่ทันขายในงานนี้ครับ แต่มีเครื่องให้ลองเล่นในงานครับ

ส่วน Android จากค่าย Sony Ericsson และ Acer นั้น แล้วแต่ความชอบใจครับ

Windows Phone 7

Windows Phone 7 ในงานนี้มีขาย 2 รุ่นครับ คือ HTC HD7 และ HTC 7 Mozart

สำหรับราคานั้นก็ไม่ต่างกันมากครับ HD7 ลดราคาเหลือ 19,500 บาท ส่วน 7 Mozart เปิดตัวครั้งแรก ราคา 17,900 บาทครับ

ถ้า ให้เลือกระหว่าง 2 ตัวนี้ผมเลือก 7 Mozart ครับ เพราะมีกล้อง 8 ล้านพิกเซล และแฟลช Xenon แต่จอจะเล็กกว่า HD7 คือ 3.7 นิ้ว และมี ROM แค่ 8GB ครับ

iPhone 4

iPhone 4 ในงานนี้มีขายอยู่ 2 ค่ายครับ คือ dtac และ truemove ส่วน AIS นั้นมีแต่ใบจองครับ

dtac นำเครื่องมาขายวันละ 150 เครื่อง

ส่วน truemove นั้นขายทั้งหมด 2,000 เครื่องครับ

ก็คงจะต้องแย่งกันซื้ออยู่ดี ได้ข่าวว่าขายหมดเร็วมากครับ

BlackBerry


BlackBerry ไม่มีรุ่นใหม่มาเปิดตัวครับ สำหรับรุ่นที่น่าสนใจก็คงจะเป็น BlackBerry Torch 9800 กับ BlackBerry Bold 9780 ครับ เพราะผมเล่น 2 รุ่นนี้มาแล้วรู้สึกว่าดีที่สุดของ BlackBerry ในตอนนี้ครับ

สำหรับราคานั้นไม่มีลดราคาครับ มีแต่โปรโมชั่นผ่อน 0% ซึ่งแต่ละค่ายก็คงไม่ต่างกันครับ

 Nokia

Nokia ในงานวันนี้มีการเปิดตัว Nokia E7 แต่ยังไม่มีเครื่องขายครับ และมาแต่ mock up ส่วน Nokia E6 touch ก็ยังไม่มีเครื่องขายเหมือนกันครับ

เพราะฉะนั้น Nokia จึงเหลือรุ่นน่าสนใจอยู่ที่ C7 และ N8 ครับ

รู้จัก Android (แอนดรอยด์)และวิธีการเลือกซื้อมือถือ Android Phone

 

android_main

Android คืออะไร?

คู่แข่ง iPhone?
วงการมือถือในปัจจุบันมีโทรศัพท์กลุ่มที่เรียกว่า SmartPhone ซึ่งคือมือถือที่ทำอะไรได้มากกว่า โทรเข้า-ออก โดย สามารถเข้าถึงบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตผ่าน App(แอพลิเคชั่น หรือโปรแกรม)บน Smartphone ทำให้โทรศัพท์มือถือในกลุ่ม SmartPhone เป็นอะไรที่ดึงดูดผู้ใช้งานมือถือที่ต้องการอะไรที่ใหม่ๆ เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และเกิด LifeStyle ใหม่ๆ ซึ่งในปัจจุบัน เจ้าตลาด SmartPhone คือ iPhone ของบริษัทแอปเปิ้ล ที่โด่งดังมาตลอดในช่าม 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีใครมาทาบรัศมีได้.. แต่แล้วในปีนี้เราเริ่มจะเห็นมือถือหลายรุ่นที่มีหน้าตาการทำงานคล้ายกัน และมีความสามารถที่ทัดเทียมกับ iPhone และในบางกระแสบอกว่า ความสามารถของเจ้ามือถือนี้ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า iPhone เสียอีก… ผู้คนเรียกขานเจ้ามือถือหลายรุ่น หลายยี่ห้อ แต่มีหน้าตาการทำงานที่เหมือนกันนี้ว่า “Android(แอนดรอยด์) Phone”

google-android

Android(แอนดรอยด์) คืออะไร? และ Android(แอนดรอยด์) Phone คืออะไร?
วิธีที่จะเข้าใจว่า Android(แอนดรอยด์) คือ อะไร? อย่างง่ายๆ ให้เราลองนึกถึง คอมพิวเตอร์ที่บ้านครับ ตอนนี้ใช้ Windows อะไรอยู่ครับ บางคนก็จะตอบว่า Windows 7, Windows Vista บางคนก็ตอบว่า Windows XP หรือบางคนอาจจะตอบว่า ผมไม่ใช้ Windows ผมใช้ Linux ซึ่งจะเป็น Linux รุ่นไหนก็ว่ากันไป … Windows หรือ Linux เราเรียกมันว่า ระบบปฏิบัติการ(OS) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ลง Windows ก็จะเปิดเครื่องเพื่อทำงานไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น โทรศัพท์มือถือ SmartPhone ก็เช่นเดียวกันครับ มันต้องการ OS ซึ่งใน iPhone นั้นบริษัทแอปเปิ้ลใช้ OS ที่ชื่อว่า iPhone OS ครับ ในขณะที่บริษัทกูเกิ้ล(Google) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอที อีกรายก็ได้ซุ่มพัฒนา OS ที่มีชื่อว่า Android(แอนดรอยด์) OS ขึ้นมา ซึ่ง Android(แอนดรอยด์) เวอร์ชั่น 1.0 ได้ถูกปล่อยออกมาใช้งานอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ 2008

android_ui

Android(แอนดรอยด์) Phone คืออะไร?
เราเข้าใจว่ามันมีระบบปฏิบัติการ iPhons OS และ Android OS แล้วนะครับ เมื่อเรานำระบบปฏิบัติการ iPhone OS ไปลงในมือถือ(เหมือนที่เราเอา Windows ไปลงในคอมพิวเตอร์) มือถือที่ลงเจ้า iPhone OS ก็จะกลายเป็นโทรศัพท์มือถือ iPhone อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ และเมื่อเราเอา Android OS ไปลงในมือถือ เราก็จะได้ Android Phone … แต่ความแตกต่างกันของ iPhone และ Android Phone ก็คือ iPhone มีผู้ผลิตรายเดียวคือแอปเปิ้ล จะไม่มีใครในโลกนี้ สามารถเอามือถือมาลง iPhone OS กลายเป็น iPhone มาขายได้อย่างแอปเปิ้ล ในขณะที่ Android(แอนดรอยด์) Phone นั้นใครๆก็ผลิตได้ เพราะกูเกิ้ลแจก Android OS ฟรีๆ เราจึงเห็นโทรศัพท์มือถือ Android Phone หลายรุ่นในตลาดมือถือ ซึ่งผลิตจากหลายบริษัท ทั้ง Samsung , Sony ericsson, HTC หรือแม้แต่กระทั่ง Motorola ..

Android 2.1 หรือ Android 2.2? ตัวเลขข้างหลังคืออะไร? เพื่ออะไร?

Android(แอนดรอยด์) 2.1 เป็นหมายเลขเวอร์ชั่นของ Android Phone ครับ เหมือนที่ Windows มีทั้ง Windows95, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาต่อๆกันมาของ Windows ครับ ใน Android OS เองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ Android OS มีทั้งหมด 8 เวอร์ชั่นแล้วครับและมีชื่อเล่นสำหรับเรียกง่ายๆด้วยครับ ยกเว้นสำหรับในเวอร์ชั่น 1.0 และ 1.1 ยังไม่มีการตั้งชื่อเล่นกันครับ ส่วนเวอร์ชั่นที่มีชื่อเล่นก็ได้แก่ CupCake(Android 1.5), Donut(Android 1.6), Éclair(Android 2.1), Froyo(Android 2.2), Gingerbread(Android 2.3), Honeycomb(Android 3.0) จะสังเกตุเห็นได้ว่า ชื่อรุ่นทุกรุ่นเป็นของหวานทั้งหมดเลยครับ และในรุ่น Android ที่จะพัฒนาในอนาคตซึ่งยังไม่มีการกำหนดเลขเวอร์ชั่นก็จะมีชื่อ ว่า Ice Cream Sandwich อีกด้วย.. แค่อ่านชื่อก็อิ่มแล้ว..

ไขความลับหนุ่มๆด้วยนาฬิกาของเขา ใครมีนิสัยยังไงบ้าง

นาฬิกาแบบมีตัวเลข
คนที่ชอบใส่นาฬิกาแบบหน้าปัดมีตัวเลข 1 ถึง 12 หรือแบบบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีอย่างนี้ จะเป็นคนชอบการเปลี่ยนแปลง แถมยังฉลาดอีกด้วย ชอบคิดค้นหาวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบความเรียบง่าย มีอารมณ์สุนทรีย์ รักเสียงดนตรี และคลั้งไคล้งานศิลปะ แต่บางครั้งก็เกิดอารมณ์อ่อนไหวได้ง่ายเหมือนกัน จึงไม่แปลกที่จะโดนวีนอยู่บ้าง

นาฬิกาที่ใช้เครื่องหมายแทนตัวเลข
เป็นคนชอบอะไรไม่เหมือนใคร มีสไตล์และความคิดเป็นของตัวเอง แต่ในบางครั้งก็มากเกินไปในสายตาคนอื่น นอกจากนี้ยังเป็นคนมีหัวการค้า ชอบการลงทุน และใจแข็ง แต่ก็เฟรนด์ลี่นะ ไม่ชอบการทะเลาะ เน้นที่การประนีประนอมเสียมากกว่า

นาฬิกาตัวเลขโรมัน
เป็นคนสุภาพอ่อนโยน ละเอียดอ่อน และเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นคนที่มีดนตรีในหัวใจ รักสวยรักงาม ชอบสิ่งของหรือเสื้อผ้าสไตล์วินเทจ

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนรักเกียรติ รักศักดิ์ศรี ชอบเก็บความรู้สึก และตรงต่อเวลา ตั้งตนอยู่ในความพร้อมเสมอ จึงไม่แปลกที่เขาจะชอบตั้งความหวังในชีวิตไว้สูง และคาดหวังถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบ โดยปกติแล้วคนที่ชอบนาฬิกาประเภทนี้จะเป็นคนใจเย็น แต่อย่าให้โกรธนะ เพราะถ้าโกรธขึ้นมาละก็ น่ากลัวอย่าบอกใครเลยล่ะ

นาฬิกากลไก แบบที่มี 2 หน้าปัดหรือแบบที่ไม่มีเข็ม
เป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน เส้นตื้น และมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ แต่ก็ระวังความเฮฮาของตัวเองเอาไว้หน่อยนะ เดี๋ยวไปขำผิดที่ผิดเวลา จะซวยเอาได้ค่ะ

นาฬิกาที่มีโลโก้อยู่บนหน้าปัด
คนที่ชอบสวมนาฬิกาประเภทนี้จะเป็นคนที่เนี้ยบมาก และมักจะเลือกของใช้ที่ดูดี มีสไตล์ เก๋ไก๋ ล้ำนำเทรนด์อยู่เสมอ

นาฬิกาเครื่องประดับ
(นาฬิกาที่นำมาประดับกับสร้อยข้อมือคริสตัลหรือประดับกับจี้สร้อยคอ) เป็นคนชอบการสังสรรค์ ชอบปาร์ตี้ ชอบพบปะผู้คน และยังช่างคุยช่างเจรจาเป็นที่สุด แถมยังบ้าดีเดือดอีกด้วย

นาฬิกาแบบสปอร์ต
นาฬิกาที่มีความแข็งแรง มีปุ่มควบคุมระบบการทำงานต่าง ๆ สารพัดอยู่รอบตัวเรือน สามารถจับเวลาหรือใส่ดำน้ำได้ เป็นนาฬิกาคู่กายของคนที่ดูเหมือนจะกระตือรือร้นอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วจะมีพลังคึกคักและจริงจังในสิ่งที่ตนสนใจเท่านั้น ซึ่งในเวลาปกติจะชอบปล่อยตัวเองสบาย ๆ ง่าย ๆ ไม่ดิ้นรนไขว่คว้ามากนัก แม้จะใฝ่รู้ หรือชอบเรื่องตื่นเต้นผจญภัยมากเพียงใดก็ตาม

นาฬิกาไฮเทค
(ถ่ายรูปได้ เป็นนาฬิกาปลุกได้ เตือนความทรงจำได้ หรือแบบมินิคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ) เป็นคนแอ็คทีฟ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ ชอบความท้าทาย หลงใหลในเทคโนโลยีและชอบลองสิ่งใหม่ ๆ

นาฬิกาฝังเพชรหรือแบบที่มีตัวเรือนสีทองอร่าม
เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง รักความหรูหรา ปลื้มความเพอร์เฟ็กต์ ชอบความเป็นหนึ่ง เจ้ายศเจ้าอย่าง แสวงหาความุขและความสำเร็จให้แก่ชีวิต กล้าแสดงออก และขยันขันแข็ง

ดูดวงจากเข็มนาฬิกา อาจบอกอะไรดีๆ กับคุณได้นะ

การทำนายที่เลข 5
*เข็ม หนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 5 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ เจอเลขดาวพฤหัสฯ  เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการพูดจา ที่ถกปัญหาธรรมมะ ซักไซ้ไล่เรียงกันเพื่อหาทางหลุดพ้นทุกข์ หรือลดทุกข์ทั้งปวงให้เหลือน้อยๆลงไป  หากจะมีการพูดกระแทกแดกดันกันบ้างก็เป็นลับเชาว์ปัญญา ให้ตั้งสติไตร่ตรองมองชีวิตได้ดีขึ้น
ก็สามารถจะชักนำกันไปสู่การ ประพฤติตนที่เหมาะสม  เพื่อแยกแยะ ชี้แจงไปว่า ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร อะไรเป็นประโยชน์ที่จะหลีกเลี่ยง ข้อผิดพลาด ที่อาจจะให้เราเสียหาย   ฉะนั้นต้องดูว่า ในข้อดีมีเสียอะไร *ข้อเสียมีดีอะไร   เริ่มต้นดี  ลงเอยด้วย การแก้ไขความยุ่งยาก เพื่อให้หนทางที่สว่างทั้งกายและใจ

*เข็ม หนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ   เจอเลขดาวศุกร์  เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการสัมภาษณ์ ถูกซักไซ้ไล่เรียงการซักถาม  เพื่อจะก่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เข้าใจทางโลก และทางธรรมดีขึ้นได้  แต่หากเราตั้งสติทนตอบคำถาม หรือรู้จักถาม ด้วยความใจเย็นได้พอ ก็สามารถจะชักนำกันไปสู่ความชัดเจน  ทั้งเรื่องงาน
หรือเรื่องทางออก ในการดำเนินชีวิต  ที่เป็นประโยชน์อย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนเจรจากันได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะ เข้าใจกันดี  จะสลายความเบื่อหน่ายกันและกันไปได้  สรุปได้ว่า พอผ่านพ้นความยุ่งยากไปแล้วก็จะสวยสดงดงามตามปรารถนา

*เข็ม หนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ   เจอเลขดาวเสาร์ เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการซักไซ้ไล่เรียงถกเถียงคำไม่ตกฟาก  อาจจะมีการยี ยวน กวนประสาทกันไม่น้อย ว่ายากสอนยาก  แต่หากเราตั้งสติทนเงียบเป็น  พิจารณาด้วยความใจเย็นได้พอ ก็สามารถจะชักนำกันไปสู่การขัดแย้งที่ลดน้อยถอยลงไป   ทั้งเรื่องงาน หรือเรื่องทางออก
ในการดำเนินชีวิต  หากในร้อนก็จะน่าผิดพลาดเสียหาย   อดทนเจรจากันได้ แม้จะยากๆ แต่ก็จะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ยังขัดใจกันอยู่   ความเบื่อหน่ายจะลดลงได้ ก็ต้องปลงๆ กันหน่อย  พอผ่านพ้นความยุ่งยากไปแล้วก็จะพอจะมีทางที่ดีไม่น้อย

*เข็ม หนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ   เจอเลขกำลังดาวราหู เป็นช่วงเวลา ที่อาจจะนำ ความผิดพลาด  เพราะอาจจะชักนำกันไปในทางเสื่อม  ที่ไม่ควรจะไขว่คว้า  ความเป็นตัวตนที่มีตัณหา ราคะนานา จะออกมาเปิดเผย  หากเป็นคนที่ต่างคนรู้จักพิจารณา ก็สามารถจะชักนำกันไปสู่การขัดแย้ง หรือความมัวเมาที่ลดน้อยลงไปได้
ในการดำเนินชีวิตทั้งปวง  หากใจร้อนก็จะเสียหาย ผิดพลาด  ในเจรจากันได้  แต่ถ้าเราใจเย็น ก็พอที่จะดีได้  เรื่องคู่ก็ยังไม่น่าจะไว้เนื้อเชื่อใจกันได้   หากมีคู่อยู่แล้วรังแต่ จะเบื่อหน่าย  แต่ว่าถ้าต่างคน ต่างไปคนละทาง   หรือเงียบไปซะคนหนึ่ง  ความยุ่งยากในปัญหา ก็จะเบาบางจนมีทางออกที่ดีขึ้น

*เข็ม หนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ  เจอเลขกำลังดาวเกตุ  เป็นช่วงเวลา ที่พูดจา หาความเชื่อถือ ไม่มี  มักยุให้รำ ตำให้รั่ว  มากกว่า หรือพูดจาเยาะเย้ย ถากถาง  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการกวนใจให้หงุดหงิด  รำคาญ ร้าวฉาน  แต่หากเราตั้งสติไตร่ตรอง ทนตอบ ข้อซักถามด้วยใจเย็นได้พอ ก็สามารถจะ แยกแยะ ชี้แจงได้ว่า ทำอะไร
ใช้อะไรไปบ้าง  อันเป็นประโยชน์ที่จะหลีกเลี่ยง ข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น  ฉะนั้นต้องดูว่า ในข้อเสียมีดี ในดีจะมีข้อเสียอย่างไร   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะหึง หวงเจ้าเรื่อง  แบบร้ายพอๆกัน อย่างน่ารำคาญ สรุปได้ว่า ยุ่งยากไม่รู้หาย พอผ่านพ้นความยุ่งยากไปบ้างแล้ว ก็จะมีขึ้นอีกร่ำไป

*เข็มหนึ่งชี้ ไปที่เลข 5  แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ  เจอเลขกำลังดาวเสาร์ เป็นช่วงที่ไม่ค่อยดีเท่าไร   อาจจะต้องพบการขัดแย้ง  ขัดคอ ขัดใจ  ต้องระมัดระวังให้ดี ทำการสิ่งใดมักจะขัดข้อง ให้ดำเนินไปด้วยความรอบคอบ ช้าๆ ให้นึกว่าโอกาสผิดหวังมีมากกว่า โอกาสแห่งการมีอุปสรรคมาก  หากเป็นการนัดพบ เจอะเจอ
หรือการเดินทางไม่ น่าจะไป หรือไปพบตามนัดอาจจะผิดนัดได้  หรือมีการขัดข้อง  และจะพลาดพลั้งในการเดินทางได้ต้องระวังให้มาก  หากเป็นการแจ้วข่าวก็ตอบว่าเป็นข่าวที่ไม่น่าเชื่อมากกว่าจงฟังหูไว้หู หรือเชื่อได้แค่ห้าสิบ ห้าสิบ

*เข็มหนึ่งที่เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11  เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ เจอเลขกำลังราชาโชค  เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการสัมภาษณ์ ถกกระทู้ไปในทางโลก และทางธรรม เพื่อจะก่อให้เกิดความชัดเจน แต่อาจจะเป็นการหาทางบรรเทาความหงุดหงิด  รำคาญได้  แต่หากเราตั้งสติทนตอบ คำถามกันและกัน แบบใจเย็นได้พอ ก็สามารถจะชักนำกันไปใน
การลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าสู่ความชัดเจน   เพื่อการลงทุน และการดำเนินชีวิต  อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงาม ที่ผิดพลาดน้อยที่สุด  อดทนให้ได้ แล้วจะได้ดีปลายมือ   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่จุกจิก ขี้หึงนำพาให้เกิดความเข้าใจ  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  พร้อมมีอุปสรรค พอผ่านพ้นความยุ่งยากไปแล้วก็จะมีแต่สิ่งดีๆโดยแท้

*เข็มหนึ่งที่ เลข 5 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12  เท่ากับเลขดาวพฤหัสฯ เจอเลขกำลังราหู   เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการพูดจา กันแบบยียวน ยั่วยุ รำ ตำให้รั่ว  ทำไปเพื่อความชัดเจน หรือ ต้อง การกระแทกแดกดันประชด ประชันกันก็ได้  ซึ่งอาจจะก่อให้หงุดหงิด  รำคาญ  แต่หากเราตั้งสติไตร่ตรอง ขบคิด ทนถาม ตอบ  เพื่อแยกแยะ ชี้แจง ทำอะไร ใช้อะไรไปบ้าง
อันเป็น ประโยชน์ที่จะหลีกเลี่ยง ที่ทำให้เราเสียหาย   ฉะนั้นต้องดูว่า ในข้อเสียมีดี ในดีจะมีข้อเสียได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็น่ารำคาญ สรุปได้ว่า ยุ่งยากในเบื้องต้น พอพ้นความยุ่งยากไปแล้วก็พอ อาชา อาศัยได้ไม่เลว

 การทำนายที่เลข 6

*เข็ม หนึ่งที่เลข 6 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6 เท่ากับเลขดาวศุกร์  เจอเลขกำลังดาวศุกร์ เป็นช่วงเวลา ที่เป็นมิตรภาพอันสร้างสรรค์ สมัครสมานรักไคร่กลมเกลียวที่จริงใจ  จะก่อให้เกิดสุขสันต์แด่ผู้คนมากมาย  ซึ่งจะน้อมนำสันติสุขแท้ๆ จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้และทำได้จริงๆ  บอกกันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ
การ ประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ถนอมน้ำใจกัน  อย่างเหมาะสม กันและกันได้โดยแท้

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข  6 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวศุกร์   เจอเลขดาวเสาร์  หากผู้ซักถามว่า ที่เขาทำการสิ่งใดอยู่นั้นจะดี หรือ ร้าย ตอบว่าไม่ดี  หากถามถึงคน บอกว่าเป็นผู้ชาย เป็นช่วงจะพบศัตรู ต้องระมัดระวังให้ดี ทำการสิ่งใดมักจะขัดข้อง ให้ดำเนินไปด้วยความรอบคอบ ช้าๆ ให้นึกว่าโอกาสผิดหวังมีมากกว่า โอกาสแห่งการขัดแย้งมีมาก
หากเป็น การนัดพบ เจอะเจอ หรือการเดินทางไม่น่าจะไป หรือไปพบตามนัดอาจจะผิดนัด หรือมีอุปสรรค อาจจะพลาดพลั้งในการเดินทางได้ต้องระวังให้มาก  หากเป็นการแจ้วข่าวก็ตอบว่าเป็นข่าวเท็จซะมากกว่าต้องแบ่งใจเชื่อถือไม่ได้ เลย

*เข็มหนึ่งที่เลข 6 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวศุกร์ เจอเลขกำลังดาวราหู  เป็นช่วงเวลา ที่สร้างสรรค์  มิตรภาพสมัครสมานการคบหา จะก่อให้เกิดสุขสันต์โดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดการดำเนินไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี
ถ้า ถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจต่อกัน เพื่อความมั่นคงการดำเนินชีวิตไปถูกทาง

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข  6  แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวศุกร์  เจอเลขดาวเกตุ
ถือ ว่าเป็นช่วงแห่งความเหมาะสมมากอีกแขนงหนึ่ง  หากเป็นงานการติดต่อในเรื่องธุรกิจการงานแล้ว  มีโอกาสประสบความสำเร็จได้น่าเชื่อถือได้จริงๆ  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะได้แต่งาน หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกันระวังจะเป็นความรักที่เป็นส่วนเกินที่เป็นความเจ้า ชู้พัวพันผูกมัด
เริ่มต้นในรักๆกันอย่างกลมเกลียวกันไปอย่าง เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกัน ดีก่อน เดือนร้อนทีหลังได้ทีเดียว  แต่หากเป็นการศึกษา การเรียนหลักวิชาต่างๆ แล้ว  เป็นการแนะนำ แนวทางที่ดีได้

*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 6 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวศุกร์  เจอเลขดาวเสาร์ นั้นเป็นช่วงที่ขุ่นมัวในด้านมิตรภาพ ในด้านความคิด และด้านอารมณ์  เรียกว่าเจอศัตรู เข้าแล้วที่เดียว หากเป็นการรับข่าวสารก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ หรือจ้องจะหักร้างทำลายกันมากว่า  ต้องระวังหลีกเลี่ยง การถูกยั่วยุๆให้รำตำให้รั่ว
หรือต้องระวังความวิบัติไว้ด้วยความไม่ประมาทและระวัง ศัตรูๆจะเติบโต   หรือว่าคนดีๆกันอยู่อาจจะคดในข้อ งอในกระดูกได้

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข  6 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขดาวศุกร์ เจอกำลังเลขกำลังราชาโชค
เป็น ช่วงเหมาะสมกันมาก มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วย  หากเป็นการแจ้งข่าว ก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะได้แต่งานกัน นี่พูดถึงข้อดีดังกล่าว.และข้อเสียก็ว่า  หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกันจะเป็นความรักที่เป็นส่วนเกินได้
ข้อดีอื่นๆ นั้นก็จะมีความกลมเกลียวกันไปอย่าง เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกัน หากอนุเคราะห์เกื้อหนุนจุนเจือกันนั้น ก็จะมีแต่ความยินดีต่อกัน   หลักวิชาต่างๆ หรือแนวทางเรื่องการทำมาหากิน ก็จะมีลู่ทางแจ่มใส และมีความจริงใจต่อกัน

*เข็มหนึ่งที่เลข  6  แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12  เท่ากับเลขดาวศุกร์ เจอเลขกำลังดาวราหู เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกในทางที่มีการชักพาให้หลงระเริง  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการผิดพลาด  ด้วยการตามใจกับแบบไปไหนไปกันจนเสื่อมเสีย  หากจะชักนำกันไปในทางที่ดี  ก็ดีได้  อาจจะมีการลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าจะได้มีความชัดเจน
เพื่อการลงทุนไป แล้วจะเห็นผลที่มีกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงามอย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่ดีก็รัก ร้ายก็รัก  แบบรักกันไม่คลาย  ต้องใช้วิจารณญาณ ในสิ่งที่ทำดี ได้ดีไว้ ชักนำกันไปในทางที่ดีก็ดีได้ไม่น้อยเลย

 การทำนายที่เลข 7

*เข็ม หนึ่งที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวเสาร์  เป็นช่วงเวลา ที่สร้างสรรค์  มิตรภาพที่แข็งขันกล้าหาญ คิดจะฟันฝ่าอุปสรรคนานา   จะก่อให้เกิดสุขสันต์โดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดการดำเนินไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจต่อกัน เพื่อความมั่นคงการดำเนินชีวิตที่เลี้ยงตนได้

*เข็ม หนึ่งที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวราหู  เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักกลมเกลียว  แห่งสันติสุขในมิตรภาพเราโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ
หากต้องมีความขัด ข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ ด้วยความรักและหวังดี

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขดาวเกตุ
เป็น ช่วงเหมาะสมมาก หากเป็นงานการติดต่อในเรื่องธุรกิจการงานแล้ว  มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วย  หากเป็นการแจ้งข่าว ก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะเจอคนรักที่จะมาเป็นคู่  นี่พูดถึงข้อดีดังกล่าวและข้อเสียก็ว่า  หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกันจะเป็นความรักที่เป็นส่วนเกินได้
ข้อดีอื่นๆ อย่างที่ เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกัน หากอนุเคราะห์เกื้อหนุนจุนเจือกันนั้น ก็จะมีความโอบอ้อมแก่กัน  หากเป็นเรื่องการทำมาหากิน ก็จะมีลู่ทางแจ่มใส และไปกันได้ดี

*เข็มหนึ่งที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวเสาร์ใหญ่  เป็นช่วงเวลา ที่สร้างสรรค์  มิตรภาพที่แข็งขันกล้าหาญ คิดจะฟันฝ่าอุปสรรคนานา   จะก่อให้เกิดสุขสันต์โดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดการดำเนินไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจต่อกัน เพื่อความมั่นคงการดำเนินชีวิตที่ประคับ ประคองทำมาหากินมั่นคง

*เข็มหนึ่งที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขดาวเสาร์   เจอเลขกำลังราชาโชค  เป็นช่วงเวลา ความสมัครสมานกลมเกลียวพอใช้  จะก่อให้เกิดเบื่อหน่ายในหมู่คณะเบาบางลงได้บ้าง   จะไม่มีเห็นชอบใดๆ  อาจจะทำอะไรแบบให้พอจบๆมากกว่า  ใครจะดี  ใครจะเหลวไหล การแก้ไขปัญหาก็อาจจะทำไปแบบไม่ทำเสียไม่ได้
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็อาจ จะเป็นคู่ที่ไม่มีความชัดเจน ระวังการหลอกลวง ที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์   เป็นความรักปลอมๆ  แม้จะมีความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจในตอนต้น เพื่อการพักพิงเอาตัวรอด   แต่สุดท้ายก็หายหน้าหนีไป

*เข็มหนึ่งที่เลข 7 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวราหู  เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักกลมเกลียว  แห่งสันติสุขในมิตรภาพเราโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ
หากต้องมีความขัด ข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ ด้วยความรักและห่วงใยนั่นแหละ

การทำนายที่เลข 8
*เข็ม หนึ่งที่เลข 8 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวราหู   เจอเลขกำลังราหู เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกในทางที่มีการสัมภาษณ์ ให้ถาม ให้ตอบ แบบที่ก่อให้เกิดการกวนใจ หรือหงุดหงิด  และก่อให้เกิดความรำคาญได้  หากใจเย็นพอ ก็สามารถจะชักนำกันไปในทางที่ดีได้ การลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าจะได้มีความชัดเจน   เพื่อการลงทุน
อันเป็น ประโยชน์อย่างเจริญงอกงามอย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่จุกจิก ขี้หึงนำพาความเจ้าเรื่อง  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  ลงเอยด้วยความเบื่อหน่าย ต้องใช้วิจารณญาณ ในสิ่งที่ทำดี ได้ดีไว้ และควรพยายามพูดจาแต่สิ่งที่ทำให้ใจเบิกบาน

*เข็มหนึ่งที่เลข 8 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวราหู เจอเลขกำลังดาวเกต เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักกลมเกลียว ให้มีพลังที่แข็งแกร่ง และ หนักแน่น  ในมิตรภาพแห่งสันติสุขโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน
กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ ด้วยความรักและห่วงใยนั่นแหละ

*เข็ม หนึ่งที่เลข 8 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวราหู เจอเลขกำลังดาวเสาร์ใหญ่  เป็นช่วงเวลา ที่สร้างสรรค์  มิตรภาพที่แข็งขันกล้าหาญ คิดจะฟันฝ่าอุปสรรคนานา   จะก่อให้เกิดสุขสันต์โดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดการดำเนินไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจต่อกัน เพื่อความมั่นคงการดำเนินชีวิตที่ประคับ ประคองให้ทำมาหากินมั่นคงและ ยืนยงยาวนาน

*เข็มหนึ่งที่เลข 8 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขดาวราหู  เจอเลขกำลังราชาโชค  เป็นช่วงเวลา ความสมัครสมานกลมเกลียวพอใช้  จะก่อให้เกิดการสลายความเบื่อหน่าย ในหมู่คณะให้มีชีวิต ชีวา   แม้ความเห็นชอบใดๆยังไม่เจิดจ้า   อาจจะทำอะไรแบบให้พอจบๆไปแบบพอใช้ได้ ไม่เหลวนัก  ใครจะดี  ใครจะเหลวไหล การแก้ไขปัญหาที่ยังดีกว่า ที่ทำไม่ได้
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็อาจจะยังมีความชัดเจนอยู่บ้าง  แต่ควรระวังการหลอกลวง ที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์   เป็นความรักปลอมๆ  แม้จะมีความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจในตอนต้น เพื่อการพักพิงเอาตัวรอด   ที่ดีกว่าที่จะต้องย่ำแย่ไม่น้อย

*เข็ม หนึ่งที่เลข 8 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเลขดาวราหู  เจอเลขกำลังดาวราหู  เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างความมัวเมา  ความสมัครสมานรักกลมเกลียว  อย่างไปไหน ไปกัน ถึงไหน ถึงกันโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ
หาก ต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ ด้วยความรักและหวังดี

การทำนายที่เลข 9
*เข็ม หนึ่งที่เลข 9 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวเกตุ เจอเลขกำลังดาวเกตุ  เป็นช่วงเวลา มีพลัง ที่เสริมสร้าง ความสมัครสมานรักกลมเกลียว  ในมิตรภาพโดยแท้   ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความรื่นรมย์สมปะดี  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี ก็ดีล้ำเลิศ   ที่เห็นได้อย่างชัดเจน  หากพากันหลงไปในทางเสื่อมก็สุดกู่ อย่างไปไหน ไปกันได้
อย่างมีใครเตือนใคร หรือมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยได้ แต่จะเป็นคนดีหรือไม่นั้น ต้องอบรมกันเอา

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวเกตุ เจอเลขดาวเสาร์
เป็น ช่วงเหมาะสมมาก หากเป็นงานการติดต่อในเรื่องธุรกิจการงานแล้ว  มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วย  หากเป็นการแจ้งข่าว ก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะเจอคนรักที่จะมาเป็นคู่  นี่พูดถึงข้อดีอื่นๆอย่างที่ เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกันแต่ข้อเสียก็ว่า
หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกันจะ เป็นความรักที่เป็นส่วนเกินได้   หากอนุเคราะห์เกื้อหนุนจุนเจือกันนั้น ก็จะมีความโอบอ้อมแก่กัน  หากเป็นเรื่องการทำมาหากิน ก็จะมีลู่ทางแจ่มใส และไปด้วยกันได้อย่างดี

*เข็มหนึ่งที่เลข 9 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11  เท่ากับเลขดาวเกตุ  เจอเลขกำลังราชาโชค เป็นช่วงเวลา ที่จะผูกมิตรภาพอันเหมาะสม  ให้เกิดพลังแห่งความทะเยอ ทะยาน สู่โครงการ ที่จะทุ่มเทการลงทุนที่ก้าวไปข้างได้สมใจในสิ่งต้องการ ทำไปแล้วจะเห็นผลที่มีผลกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงาม
แต่หาก เป็นเรื่องอบายมุขแล้วจะดีได้นานหรือไม่ๆรับรอง  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ถูกใจ   หรือรักแรกพบ พบเพื่อรักและหวังแต่งงาน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวยงาม

*เข็ม หนึ่งที่เลข 9 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12  เท่ากับเลขดาวเกตุ  เจอเลขกำลังดาวราหู เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักกลมเกลียว ให้มีพลังที่ หนักแน่น และแข็งแกร่ง   ในมิตรภาพแห่งสันติสุขโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน
กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ ด้วยความห่วงใย และรักจริงจัง

การทำนายที่เลข 10

*เข็ม หนึ่งที่เลข 10 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวเสาร์  เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักกลมเกลียว  แห่งสันติสุขในมิตรภาพเราโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้แด่ทุกคน  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ
หากต้องมีความขัด ข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยกันได้  ซึ่งเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยนั่นแหละ

*เข็ม หนึ่งที่เลข 10  แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขดาวเสาร์   เจอเลขกำลังราชาโชค  เป็นช่วงเวลา ที่มีความสมัครสมานกลมเกลียวพอใช้  จะก่อให้เกิดความระเริงในหมู่คณะได้พอสมควร  ความเห็นชอบเห็นชอบใดๆ  คล้อยเห็นด้วยตามกันมากกว่า  ใครจะดี  ใครจะเหลวไหล การแก้ไขปัญหาก็อาจจะทำไปแบบไม่ทำเสียไม่ได้
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็อาจ จะเป็นคู่ที่ไม่มีความชัดเจน ระวังการหลอกลวง ที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์   เป็นความรักที่มีความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจในตอนต้น และถึงตอนสุดท้ายปลายมือ

*เข็มหนึ่งที่เลข  10  แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเลขดาวเสาร์ เจอเลขกำลังดาวราหู  เป็นช่วงเวลา ชี้แนะและมีความจริงใจ ที่สร้างสรรค์ในการ สมัครสมานรักไคร่ด้วยใจจริง   ก้าวสู่สันติสุขแห่งมิตรภาพแท้จริง   ชักนำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุข  อย่างพอเหมาะ พอสมควร ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ  หากต้องมีความขัดข้องใดๆ
การ ประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบก็พอใจ มีความตั้งใจ และมีความมุ่งมั่น ในเรื่องถ้อยที ถ้อยอาศัยกันอย่างเข้าใจกัน ด้วยความหวังดีต่อกันอย่างจริงใจ

การทำนายที่เลข 11

*เข็ม หนึ่งที่เลข 11 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขกำลังราชาโชค   เจอเลขกำลังราชาโชค เป็นช่วงเวลาพูดถึงการประสานงานในการดกำเนินงานนานา ซึ่งเกิดการสร้างสรรค์ ทุ่มเทการลงทุนเพื่อความก้าวหน้า   เพื่อการลงทุนไปแล้วจะเห็นผลที่มีผลกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงาม   แต่ไม่รับรองไปในเรื่องอบายมุข
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ถูก ใจ   หรือรักแรกพบ พบเพื่อรักและหวังแต่งงาน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวยงามนี่คือข้อดีๆข้อเสียก็มี เรื่องระวังคำพูด ที่พูดจนขาดความยั้งคิด ฉะนั้นก็สรุปได้ว่า คิดได้ทุกเรื่อง และหากจะมีการพูดทุกเรื่องก็ต้องพูดในเรื่องที่สร้างสรรค์

*เข็ม หนึ่งที่เลข 11 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12  เท่ากับเลขกำลังดาวราชา  เจอเลขกำลังราหู   เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการพูดจา ที่ซักไซ้ไล่เรียงกันแบบกระแนะ กระแหน   ทั้งเพื่อความชัดเจนเพื่อการชี้แนะสร้างสรรค์  และ แบบกระแทกแดกดัน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการกวนใจให้หงุดหงิด  รำคาญ  แต่หากเราตั้งสติไตร่ตรอง ด้วยใจเย็นได้พอ
ก็สามารถจะชักนำกันไปสู่ความชัดเจนที่ดีได้   เพื่อแยกแยะ ชี้แจงไปว่า ทำอะไรดี   ทำอะไรเป็นประโยชน์ที่จะหลีกเลี่ยง ช่องโหว่ หรือข้อผิดพลาด ในข้อเสียมีดี ในดีจะมีข้อเสียได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะหึง หวงเจ้าเรื่อง  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  แต่จะรำคาญ สรุปได้ว่า ยุ่งยากในเบื้องต้น พอเข้าใจกันแล้วก็จะดีเอง

การทำนายที่เลข 12
 *เข็ม หนึ่งที่เลข 12 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเลขกำลังราหู  เจอเลขกำลังราหู  เป็นช่วงเวลาพูดถึงความมัวเมา ลุ่มหลงนานา ซึ่งเกิดการสร้างสรรค์ ให้เกิดความร่าเริง  เพื่อสร้างกำลังใจ อันเป็นประโยชน์ให้มีพลัง ในการต่อสู้ อดทนฟันฝ่า  หากเป็นเรื่องอบายมุขก็หลงระเริง  สุดกู่ได้  ถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ถูกใจ   หรือรักแรกพบ
รักแบบหลงระเริง โลกีย์วิสัย เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวยงามนี่คือข้อดีๆข้อเสียก็มี เรื่องระวังคำพูด ที่พูดจนขาดความยั้งคิด ฉะนั้นก็สรุปได้ว่า หากสร้างสรรค์ในเรื่องที่ดีๆ ก็จะดีเลิศประเสริฐศรีได้ไม่น้อย

จับยามจากเข็มนาฬิกา ที่ชี้เลขเวลา เราจะใช้วิธีตอบคนดูได้ไวมาก

หากผู้ต้องการจะดู-ดวงในจังหวะเวลาต่าง ดูได้ทำใจตามนั้น  ซึ่งเคยพบเคยเห็นมาว่า มีความแม่นยำพอสมควร
เลขที่เกี่ยวกับผู้ชายคือ 1 3 7 เลขที่เกี่ยวกับผู้หญิง 2 4 5 6
หากคนดู  จะถามเกี่ยวกับเรื่องใดๆ จะมีแนวโน้มว่า จะดี หรือร้าย ให้ดูรายละเอียดตามที่เสนอมาดังนี้
*หากมีคนดู-ดวง ดูในจังหวะที่เข็มนาฬิกา ทั้งสองเข็มๆหนึ่ง  และอีกเลขหนึ่งชี้ไปที่เลขใดนั้น อธิบายได้ว่า เช่น
 การทำนายที่เลข 1

*เข็ม ทั้งคู่ชี้ไปที่เลข 1 ทั้งคู่นั้น เท่ากับ เป็นช่วงเวลาที่ เลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวอาทิตย์  หากถามข่าวก็เป็นข่าวความจริง และท้าทายหากจะถามว่าดีหรือร้ายนั้น ให้ตอบว่า  ค่อนข้างแข้งกร้าวพอสมควร มักมีเรื่องขัดแย้งกับผู้ชายด้วยกัน และค่อนข้าง มีอำนาจ หากมีเรื่องขัดแย้งแล้วจะไม่ค่อยยอมแพ้กันง่ายๆ ถามเรื่องเจ็บไข้  ตอบว่า เป็นไวหายไว

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 2นั้น เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวจันทร์  ให้ตอบว่ามีส่วนดีนั้นมี หากการขัดแย้งนั้นมีก็มีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  หากใจเย็นๆแล้ว จะตกลงกันได้  ด้วยความสง่างาม  ชายก็มีอำนาจ หญิงก็มีอำนาจไม่น้อยกว่ากัน  ดูช่างน่าเกรงขามด้วยกันทั้งคู่โดยแท้   หากฝ่ายใดยอมแพ้
ยอมเสียเปรียบสักหน่อยแล้ว  ความขัดแย้งจะยุติโดยเร็ว  หากเป็นข่าวคราวแล้วก็มีความจริงที่เชื่อถือได้ไม่น้อย

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข  1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 3 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์   เจอเลขดาวอังคาร หากผู้ซักถามว่า ที่เขาทำการสิ่งใดอยู่นั้นจะดี หรือ ร้าย ตอบว่าไม่ดี  หากถามถึงคน บอกว่าเป็นผู้ชาย เป็นช่วงจะพบศัตรู ต้องระมัดระวังให้ดี ทำการสิ่งใดมักจะขัดข้อง ให้ดำเนินไปด้วยความรอบคอบ ช้าๆ ให้นึกว่าโอกาสผิดหวังมีมากกว่า
โอกาสแห่งการขัดแย้งมีมาก  หากเป็นการนัดพบ เจอะเจอ หรือการเดินทางไม่น่าจะไป หรือไปพบตามนัดอาจจะผิดนัด หรือมีอุปสรรค อาจจะพลาดพลั้งในการเดินทางได้ต้องระวังให้มาก  หากเป็นการแจ้วข่าวก็ตอบว่าเป็นข่าวเท็จซะมากกว่าต้องแบ่งใจเชื่อถือได้แค่ ครึ่งเดียว

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข  1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 4  เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวพุธ ถือว่าเป็นช่วงแห่งความเหมาะสมมากทีเดียว หากเป็นงานการติดต่องานการนานาแล้ว มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก  หากเป็นการแจ้งข่าวก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่าค่อนข้างดี พูดจากต่างมีเหตุผลไม่น้อย
โต้ ตอบชี้แจงได้สมอ้างทีเดียว  ยิ่งเป็นหลักการศึกษา การเรียนหลักวิชาต่างๆ หรือแนวทางเรื่องทำมาหากินแล้วก็นับว่า เป็นการแนะนำ แนวทางที่ดีแบบมิตรภาพ

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 5 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวพฤหัสฯ
ถือ ว่าเป็นช่วงแห่งความเหมาะสมมากอีกแขนงหนึ่ง  หากเป็นงานการติดต่อในเรื่องธุรกิจการงานแล้ว  มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วย  หากเป็นการแจ้งข่าวก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้จริงๆ  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะได้แต่งาน หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกัน
ระวังจะเป็นความรักที่เป็นส่วนเกิน เจ้าชู้พัวพันกันอีรุง ตุงนัง เพราะว่าจะเออ ออ ห่อหมก อย่างกลมเกลียวกันไปอย่าง เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกันนั่นแหละ  หากเป็นการอนุเคราะห์เกื้อหนุนจุนเจือกันแล้ว มีแต่ความยินดี ทีเดียว  ยิ่งเป็นหลักการศึกษา การเรียนหลักวิชาต่างๆ หรือแนวทางเรื่องการประกอบอาชีพแล้ว  เป็นการแนะนำ
แนวทางที่ดีและมีความจริงใจต่อกัน

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6  เท่ากับเลขดาวอาทิตย์   เจอเลขดาวศุกร์ บอกว่าเป็นเรื่องของความเสน่หา ที่เป็นแบบรักๆ หลงๆกันหัวปัก หัวปำแบบรักต้องห้าม   หรือปั้นเรื่องแบบ ทำให้เราต้องเคลิบเคลิ้ม ปั้นน้ำเป็นตัว  หรือปลุกใจให้มีความเร้าใจ  ระวังจะเป็นเรื่องหลอกลวงกันซะมากกว่า เรื่องจริงๆ จังๆไม่ค่อยมีจริง
มี แต่เรื่องไร้สาระให้วาดวิมานกลางอากาศ  ระวังจะหลงเชื่อ จนทำให้เราต้องเป็นหนี้เป็นสินเข้า  หากเป็นการแจ้งข่าว อะไรต่ออะไรก็ไม่ควรใส่ใจอะไรมากนัก  มันเหมือนโลกมายา ให้พิศวง งง งวย ไปเท่านั้นเอง

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวเสาร์  เป็นช่วงเวลา เจ้านาย พบบ่าวผู้รับใช้ ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่ไม่น้อย  เหมือนเจ้านายต้องการตัว ต้องการจะออกคำสั่ง ที่จะใช้ไหว้วาน มอบงานให้เราแต่อาจเจ้านายอาจจะดีในเรื่องผลประโยชน์ ช่วงตอนทำงานตอนแรกๆ แต่พอนานไป
อาจจะหมดค่าต่อกันในเมื่องานจบลงแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเผื่อใจไว้ครึ่งหนึ่ง ไว้ตอนที่ต่างคน ต่างสำเร็จในงานที่เสร็จสิ้นแล้วแยกทางนั่นแหละ อย่างไรก็ยังดีที่เรายังได้ ผลประโยชน์กันในเบื้องต้นก่อน  แม้จะไม่ได้นานนักก็ตาม ยังดีกว่าไม่ได้อะไรซะเลย เรียกว่าแม้ได้น้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์  เจอเลขดาวราหูนั้น มีอำนาจ และได้รับการสนับสนุน   และยังมีที่สิ่งที่ ไม่เคยได้รู้ นานาประการ จะมีการเปิดเผยออกมาตีแผ่  ซึ่งเป็นการเปิดเผยได้ทั้งสิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งเปิดเผยไปแล้วต้องบัดสี อับอายขายหน้าก็มี สรุปได้ว่ามีทั้งส่วนดี และส่วนไม่ดีนั่นเอง
ฉะนั้นก็เลือกเอาสิ่งใด สิ่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับเราดีกว่า  ถ้าไปในทางที่ดีก็ดีไป  แต่เลยเถิดไปในทางมัวเมาลุ่มหลง ก็จะไปในทางเหลวไหลไปในทางเสื่อมที่สุดกู่ เรียกว่า ไม่มีใครห้ามใคร ไม่มีใครเตือนใคร มีแต่จะเข้ากันได้ และไปด้วยกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยนั่นแหละ

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์  เจอเลขดาวเกตุ เป็นช่วงที่จะเอื้อเฟื้อ เจือจุน หนุนเนื่องกันดีไม่น้อย หากจะบอกกล่าวนัดหมายกันแล้ว ก็น่าจะมีความจริง และจะไปไหนมาไหน ก็ย่อมปลอดภัยไม่น้อย  เป็นจังหวะเวลาของความคล่องตัวไม่น้อย หากเป็นการแจ้งข่าว เสนอสิ่งใดๆแล้วมีโอกาสเชื่อถือได้
และเป็นการริเริ่มที่ไม่เสี่ยงมากนัก โอกาสได้ พบช่องทางที่ต้องการ  ที่จะได้ผลประโยชน์นั้นมีมากกว่า

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขดาวเสาร์ที่มีพลังมาก เหมือนเจ้านายได้บริวารดี  เหมือนลูกน้องได้เจ้านายดี ให้ท้ายกันไม่น้อย เป็นช่วงที่จะได้ใช้ไหว้วานกัน เจ้านายให้ลูกน้องช่วยจัดการบางสิ่งบางอย่างก็ช่วยได้  หรือ ลูกน้องให้เจ้านายใช้อำนาจอ้างอิง ในการสร้างอิทธิพลบางสิ่ง
บางอย่างได้เช่นเดียวกันเรียกว่าดีทั้งหัว และดีทั้งหางเลยทีเดียว  อย่างนี้ หากเจ้านายดี ลูกน้องดีก็น่าจะสร้างสรรค์กันดีแน่นอน

*เข็ม หนึ่งชี้ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11 เท่ากับเลขดาวอาทิตย์ เจอเลขกำลังราชาโชค จัดว่าเป็นโอกาสประสบเหมาะ ในการดำเนินการต่างๆ  เพราะว่าจะมีการปรับตัว ปรับกลยุทธการดำเนินดีขึ้นกับทุกฝ่าย โอกาสสมหวังก็มีสูงด้วย  เพราะเป็นกำลังแห่งความพร้อมกันดีจริงๆ
หาก เป็นการแจ้งข่าวก็เป็นข่าวความจริง และเป็นมงคล  นี่เป็นข้อดี  ส่วนข้อเสียก็ว่า ระวังความดื้อรั้น ที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ไว้ด้วย

*เข็ม หนึ่ง ไปที่เลข 1 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเจอเลขดาวอาทิตย์ เจอเจอเลขดาวราหู แบบโอกาสประสบเหมาะว่า จะทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี  หรือเรื่องไม่เหมาะสม ก็จะมีช่องทางที่ดำเนินการสิ่งใดๆ  ไม่จนแต้ม ไม่จนหนทางหากมีอุปสรรค หากมีปัญหา ก็จะมีผู้ที่ช่วยปรึกษา ที่จะช่วยแก้ไข
ปัญหา ในปัญหาแต่ละข้อแก้อุปสรรคแต่ละขั้นตอนได้ไม่เลวเลย  ฉะนั้นหากทำกันไปในเรื่องดีๆก็จะดีไม่น้อย   หากทำในเรื่องเสื่อมก็อาจจะดีไม่คงทน  นี่เป็นธรรมชาติ ที่ว่า ทำดี ได้ดี จะเป็นอย่างนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง

การทำนายที่เลข 2
เข็มหนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 2 เท่ากับเลขดาวจันทร์ เจอเลบดาวจันทร์ เป็นช่วงที่เกี่ยวความรัก   ที่ยังโสดก็กำลังจะเริ่มต้นความรักก่อตัว  ที่มีคู่อยู่ก็ต้องระวังความรักแทรกซ้อน อยู่ดีๆก็มีคนอื่นเข้ามาป่วนให้ใจไขว้เขว  จะเกิดการขัดแย้งกันในครอบครัวที่ให้เราหลงไปในสิ่งยั่วยุให้เกิดไฟราคะได้
หากเป็นข่าวคราวในเรื่องธุรกิจๆการใดๆ  ก็จะมีช่องทางการติดต่อที่เหมาะสมในช่วงต่อไป
*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 3 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวอังคาร  เป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมไม่น้อย เลขดาวจันทร์เป็นหญิงสูงศักดิ์  เลขดาวอังคารนักรบผู้กล้าดุดัน และสง่างาม  เพราะฉะนั้น จึงจัดว่ามีความจริงใจต่อกันไม่น้อย คำทำนายดังกล่าวที่มองในข้อดี
ในข้อเสียก็ว่า  เป็นคนหัว เจอ คนเสน่ห์แรง โรคหึงหวงขึ้นสมองกำเริบได้  แต่ก็เพียงจุกจิก รำคาญใจกันเท่านั้น มิได้ร้ายกาจแต่ประการใด

*เข็มหนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 4 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวพุธ  ดีมากที่สุด หากติดต่อการงานก็ว่าดีมาก  คุยเรื่องปรับความเข้าใจก็ว่า เข้าใจกันดีขึ้น  เรื่องความรักก็ชัดเจนแน่แท้  แต่จะมีข้อเสียสำหรับผู้ที่มีคู่แล้ว แต่ยังมีการไปเกี่ยว ชายหรือ หญิงที่มิใช่คู่ครองของตน  เพราะว่า จะพากันหลงใหล
จนขาดการยับยั้งไปในทางเสื่อมเสียได้  ควรต้องสื่อสารกันไปใช้ในทางที่ดี  ก็จะได้ดีอย่างเลิศล้ำยิ่งนัก

*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 5 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวพฤหัสฯ นั้นเป็นช่วงที่ขุ่นมัวในด้านมิตรภาพ ในด้านความคิด และด้านอารมณ์  เรียกว่าไม่ผ่องใสในจิตวิญญาณโดยแท้เลยที่เดียว ข่าวสารก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ หรือจ้องจะหักร้างทำลายกันมากว่า  ต้องระวังหลีกเลี่ยง ความวิบัติไว้ด้วยความไม่ประมาทหากมีศัตรูๆจะเติบโต
หรือว่าคนดีๆกันอยู่อาจจะผิดใจกันได้

*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวศุกร์ บอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี  เป็นโยชน์ต่อกันในหลายเรื่อง หลายประการ จะเป็นข่าวดี เชื่อถือได้  หากเป็นเรื่องธุรกิจก็ว่าจะพบลู่ทางทำมาหากินที่แจ่มใส  หากเป็นเรื่องความรักก็เรียกว่าจริงใจต่อกัน  หากเป็นเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย  ก็รียกว่าจะหายวัน หายคืน
หรือจะพบหมอรักษาไข้ที่ดีมีความสามารถสูงด้วย

*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวเสาร์ บอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี  ปัญหานานาจะแก้ไขได้ และจะเลิกร้างกันไป   หากเป็นเรื่องมิตรภาพ ก็ว่าต่างคนต่างแยกย้ายกันไป แบบทางใคร ทางมัน หากเป็นเรื่องงานก็น่าจะเปลี่ยนมือ เปลี่ยนผู้บริหาร หรือปรับกลยุทธวิธี ใหม่ๆ  ที่เก่าไป ใหม่มานั่นแหละ
ทั้งที่น่าเสียดาย และไม่น่าเสียดาย

*เข็ม หนึ่งชี้ที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวราหู บอกว่าเป็นช่วงเวลาที่อ่อนหวานนุ่มนวล  และสร้างสรรค์ไปที่ดีก็มีมาก  แต่หากดำเนินการไปในข้อเสีย ก็จะถูกสนับสนุนไปในทางมัวเมา  ลุ่มหลงไปในสิ่งยั่วยุแห่งทางเสื่อมได้  ต้องมีการพิจารณาตนให้ดีว่า
หากอยู่ในความเหมาะสมก็ดำเนินต่อไป   หากเป็นไปในความเสื่อมแล้วควรยับยั้ง ก่อนที่จะเตลิดเปิดเปิงไป ที่ได้รับการส่งเสริมกันไปในทางผิดจะดีกว่าและ ระวังการสร้างหนี้สินให้รุงรัง

*เข็มหนึ่งที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขดาวเกตุ เป็นช่วงเวลา ที่ต้องระวังความมัวเมา ที่หลงระเริงในทางเสื่อม ที่ถูกใจมอมเมา ยั่วยุให้ลุ่มหลงงมงาย   แต่หากเป็นสิ่งสร้างสรรค์ ก็เพิ่มความมานะ บากบั่นกันไม่น้อยเลย สรุปว่าจะมีความจริงจังในทุกๆเรื่อง ทางดี ก็ดีเลิศไป
ทางร้ายทางเสื่อมก็จะจริงจังเสียจนที่ยากจะกลับตัว นั่นแหละ จงระวังให้ดี

*เข็ม หนึ่งที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10  เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขกำลังดาวเสาร์ เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกชักจูง ให้เกิดความทะเยอ ทะยานทุ่มเทการลงทุนที่ผิดพลาดได้  หรือเผลอใจไปในสิ่งสวยงาม  หรืออบายมุข ที่ลงทุนไปแล้วอาจจะผิดพลาด  ไม่มีผลกำไร อันเป็นประโยชน์งอกเงย   ยิ่งทุ่มยิ่งหมด  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ระวังการพลัดพราก
ระวังรักแรกพบ พบเพื่อรักแล้วจาก หรือจากเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ๆ

*เข็ม หนึ่งที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11  เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขกำลังราชาโชค เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกชักจูงในโครงอันเหมาะสม  ให้เกิดความทะเยอ ทะยานทุ่มเทการลงทุนที่ก้าวไปข้างได้สมใจในสิ่งต้องการ  หรือการลงทุนไปแล้วจะเห็นผลที่มีผลกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงาม   แต่ไม่รับรองไปในเรื่องอบายมุข
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ถูกใจ   หรือรักแรกพบ พบเพื่อรักและหวังแต่งงาน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวยงาม

*เข็ม หนึ่งที่เลข 2 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12  เท่ากับเลขดาวจันทร์   เจอเลขกำลังราหู เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกชักจูงในทางที่มีการสนับสนุนเอื้อไปทั้งสองทาง ทางถูก และ ทางผิด  หากเราเลือกทางที่ดีก็ดีล้นเหลือ หากเลือกทางที่งมงายลุ่มหลงไปในทางเสื่อม ก็อาจจะดีไม่นาน การลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าได้สมใจได้  หรือการลงทุนไปแล้วจะเห็นผลที่มีผลกำไร
อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอก งามในทางที่ดี    แต่ไปในเรื่องอบายมุขก็อาจจะดีได้ในระยะสั้นๆ   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ชักนำกันไปแบบสุดกู่  หรือรักแรกพบ ที่มากับความหลงได้ ต้องใช้วิจารณญาณ ในสิ่งที่ทำดี ได้ดีไว้ด้วย จะได้ดำเนินไป

การทำนายที่เลข 3
*เข็มหนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 3 เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังอังคาร  เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกในทางที่มีการสัมภาษณ์ ให้ถาม ให้ตอบ แบบที่ก่อให้เกิดการกวนใจ หรือหงุดหงิด  และก่อให้เกิดความรำคาญได้  หากใจเย็นพอ ก็สามารถจะชักนำกันไปในทางที่ดีได้ การลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าจะได้มีความชัดเจน   เพื่อการลงทุน
อันเป็น ประโยชน์อย่างเจริญงอกงามอย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่จุกจิก ขี้หึงนำพาความเจ้าเรื่อง  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  ลงเอยด้วยความเบื่อหน่าย ต้องใช้วิจารณญาณ ในสิ่งที่ทำดี ได้ดีไว้ และพยายามพูดจาแต่สิ่งที่ทำให้ใจเบิกบาน

*เข็มหนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 4  เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังพุธ เป็นช่วงเวลา ที่จะถูกในทางที่มีการซักไซร้ไล่เรียงอย่างละเอียดยิบ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการกวนใจ หรือหงุดหงิด  และก่อให้เกิดความรำคาญได้  หากใจเย็นพอ ก็สามารถจะชักนำกันไปในทางที่ดีได้ การลงทุนที่ก้าวไปข้างหน้าจะได้มีความชัดเจน
เพื่อการลงทุนไปแล้วจะ เห็นผลที่มีกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงามอย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่จุกจิก ขี้หึงนำพาความเจ้าเรื่อง  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  ลงเอยด้วยความเบื่อหน่าย ต้องใช้วิจารณญาณ ในสิ่งที่ทำดี ได้ดีไว้ แต่เงียบๆกันได้ ก็สงบได้

*เข็มหนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 5 เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังดาวพฤหัสฯ  เป็นช่วงเวลา จะมีการปรึกษาหารือ  คุณธรรม หรือ ชี้แนะความจริงที่สร้างสรรค์  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดสันติสุขแด่หมู่มวลมนุษยชาติ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขอย่างแท้จริง ได้  จะสร้างความใจเย็นให้กับทุกคนไปในทางที่ดี
การลงทุนก็จะมีความชัดเจน   ที่ทำไปแล้วจะเห็นผลประโยชน์อย่างเจริญงอกงามที่ทำกันได้จริงๆ  ต้องใช้ความอดทนฟัง หรือประสานงานให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีจิตใจสูง  รักแรกพบ เริ่มต้นดี  ลงท้ายปลายมือก็ดีแต่ก็ต้องทำดีๆ มีวิจารณญาณในสิ่งใดเหมาะ สิ่งใดควร

*เข็ม หนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6 เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังดาวศุกร์ เป็นช่วงเวลา ชี้แนะความจริงที่สร้างสรรค์ สมัครสมานรักกลมเกลียว  จะก่อให้เกิดสุขสันต์แด่มิตรภาพเราโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้และจริงใจ  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   กันได้จริงๆ
หากต้องมีความขัด ข้องใดๆ การประสานงานจะมีทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ อย่างเหมาะสมโดยแท้

*เข็มหนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวอังคาร   เจอเลขกำลังดาวเสาร์ เป็นช่วงเวลาเฉื่อยชา  ที่มีความรู้สึก อย่างไม่ยินดียินร้าย ไปกันแบบทื่อๆ นั่นแหละ เรียกว่าดูแล้วไม่ควรปักใจเชื่อ  อะไรต่ออะไร ควรทำตนแบบกลางๆ   ทำเหมือนต่างคนต่างเรื่องใคร เรื่องมัน   ดีด้วยก็ไม่ใช่ จะว่าร้ายก็ไม่เชิง  อย่างนี้ ต่างคน ต่างอยู่
หรือต่างคนต่างไป  เรียกว่าคนละทาง หรือมีความเป็นอยู่ร่วมกัน อย่างอึมครึมนั่นแหละ

*เข็ม หนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 8 เท่ากับเลขดาวอังคาร   เจอเลขกำลังดาวราหู เป็นศุกร์ เป็นช่วงเวลา ชี้แนะความจริงที่ สมัครสมานรักกลมเกลียวในมิตรภาพ  จะก่อให้เกิดสุขสันต์แด่หมู่คณะโดยแท้  ยังแนะนำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้และจริงใจ  จะสร้างความเหมาะสม ในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างเห็นชอบ  กันจริงๆ  หากต้องมีความขัดข้อง
ก็ จะมีทางแก้ไขปัญหา  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความคิดเห็นที่ตรงกัน  รักแรกพบที่สานต่อด้วยความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ อย่างพอเหมาะพอดี

*เข็มหนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 9 เท่ากับเลขดาวอังคาร   เจอเลขกำลังดาวเกตุ เป็นช่วงเวลา ชักนำกันไปได้สมัครสมานรักกลมเกลียวในที่ดีแสนดีได้  จะก่อให้เกิดสุขสันต์แด่หมู่คณะได้   จะเห็นชอบกันจริงๆจังๆ   แต่ยังมีข้อเสียที่อาจจะพากันหลงทางในทางเหลวไหล ที่ยากแก้ไขปัญหาได้   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็อาจจะเป็นคู่ที่มีการปลิ้นปอก
หลองลวงกันได้  รักแรกพบที่เป็นตัวปลอม แม้จะมีความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจในตอนต้น  แต่ลงท้ายไม่ได้ความจริง

*เข็ม หนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 10 เท่ากับเลขดาวอังคาร   เจอเลขกำลังดาวเสาร์ เป็นดาวเสาร์ใหญ่  จักเป็นช่วงเวลาเฉื่อยชา  ที่มีความรู้สึก อย่างไม่ยินดียินร้าย เฉื่อยๆชาๆ  ไปกันแบบทื่อๆ นั่นเอง  สรุปว่าดูแล้วไม่ควรปักใจเชื่อ  อะไรต่ออะไร ควรมองๆกันแบบกลางๆ   ทำเหมือนต่างคนต่างเรื่องใคร แบบ ไม่ยินดี ยินร้าย  อย่างนี้ ต่างคน
ต่างอยู่ หรือต่างคนต่างไป  เรียกว่าคนละทาง หรือบ้านใคร บ้านมัน

*เข็ม หนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 11  เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังราชาโชค  เป็นช่วงเวลา ที่จะมีการสัมภาษณ์ ถูกซักถามไล่เรียงอย่างละเอียดยิบ เพื่อจะก่อให้เกิดความชัดเจน แต่อาจจะเป็นการกวนใจให้หงุดหงิด  รำคาญได้  แต่หากเราตั้งสติทนตอบ การสัมภาษณ์ด้วยใจเย็นได้พอ ก็สามารถจะชักนำกันไปใน
การลงทุนที่ก้าวไป ข้างหน้าสู่ความชัดเจน   เพื่อการลงทุนไปแล้วจะเห็นผลที่มีกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงามอย่างไม่น่าผิดพลาด  อดทนให้ได้ แล้วจะดีได้ภายหลัง   ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะคู่ที่จุกจิก ขี้หึงนำพาความเจ้าเรื่อง  หรือรักแรกพบ เริ่มต้นดี  ลงเอยด้วยความเบื่อหน่าย สรุปได้ว่า ยากในตอนต้นๆ
พอผ่านพ้นความยุ่งยากไปแล้วก็จะสวยสดงดงาม

*เข็ม หนึ่งที่เลข 3 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 12 เท่ากับเลขดาวอังคาร  เจอเลขกำลังดาวราหู เป็นช่วงเวลา ที่มีความรัก สมัครสมานกลมเกลียวเหนียวแน่น   จะก่อให้เกิดสุขสันต์แด่มิตรภาพเราโดยแท้  ชี้แนะชี้นำให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแท้และจริงใจ  จะสร้างความเหมาะสม ไปในทางที่ดี  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน   อย่างจริงๆจังๆ   หากต้องมีอุปสรรคใดๆ
จะมีการแก้ปัญหา หาทางออกที่ดี  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็ได้คู่ที่มีความถูกใจ และจริงใจ รักแรกพบที่ลงท้ายที่ความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจ ที่ถ้อยที ถ้อยอาศัยดังที่ต้องการ นี่เป็นข้อที่ดีๆ
..ข้อเสียก็ว่า หากไปในทางเหลวไหลก็ไปกันอย่างเป็นปีเป้นขลุ่ย ชนิดที่ไม่มี ใครจะเตือนใคร ไม่มีใครห้ามใคร
การทำนายที่เลข 4
*เข็มหนึ่งที่เลข 4 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 4 เท่ากับเลขดาวพุธ  เจอเลขดาวพุธ เป็นช่วงเวลาพูด
อัน เหมาะสมในโครงการใดๆ  ให้เกิดความทะเยอ ทะยานทุ่มเทการลงทุนที่ก้าวไปข้างได้สมใจในสิ่งต้องการ  หรือการลงทุนไปแล้วจะเห็นผลที่มีผลกำไร อันเป็นประโยชน์อย่างเจริญงอกงาม   แต่ไม่รับรองไปในเรื่องอบายมุข  ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็จะเจอคู่ที่ถูกใจ   หรือรักแรกพบ พบเพื่อรักและหวังแต่งงาน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวยงามนี่คือข้อดีๆข้อเสียก็มี
เรื่องระวังคำพูด ที่พูดจนขาดความยั้งคิด ฉะนั้นก็สรุปได้ว่า คิดได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ควรพูดทุกเรื่อง

*เข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 4   แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 6 เท่ากับเลขดาวพุธ เจอเลขดาวศุกร์
เป็น ช่วงเหมาะสมมาก หากเป็นงานการติดต่อในเรื่องธุรกิจการงานแล้ว  มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วย  หากเป็นการแจ้งข่าว ก็เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือได้  หากถามถึงเรื่องความรักก็บอกว่ารักจริงๆ หากต่างคนต่างโสด ก็จะได้แต่งานกัน นี่พูดถึงข้อดีดังกล่าว
.และข้อเสียก็ว่า  หากมีคู่แล้วๆมาติดต่อกันจะเป็นความรักที่เป็นส่วนเกินได้
ข้อ ดีอื่นๆอย่างที่ เอาไหน เอากัน ไปไหนไปกัน หากอนุเคราะห์เกื้อหนุนจุนเจือกันนั้น ก็จะมีแต่ความยินดีต่อกัน   หลักวิชาต่างๆ หรือแนวทางเรื่องการทำมาหากิน ก็จะมีลู่ทางแจ่มใส และมีความจริงใจต่อกัน

*เข็มหนึ่งที่เลข 4 แล้วอีกเข็มหนึ่งชี้ไปที่เลข 7 เท่ากับเลขดาวพุธ   เจอเลขกำลังดาวเสาร์  เป็นช่วงเวลา ความสมัครสมานกลมเกลียวจะไปอย่างแกนๆ กร่อย  จะก่อให้เกิดเบื่อหน่ายในหมู่คณะได้   จะไม่มีเห็นชอบใดๆ  อาจจะทำอะไรลวกๆ หรือแบบขอไปทีมากกว่า  ใครจะดี  ใครจะเหลวไหล การแก้ไขปัญหาก็อาจจะทำไปแบบทำส่งๆ สุ่มๆไป
ถ้าถามถึงเรื่องคู่ก็อาจจะ เป็นคู่ที่มีการปลิ้นปอก หลอกลวงหาเรื่องใส่ตัว   เป็นความรักที่เป็นตัวปลอมๆ  แม้จะมีความเข้าใจ มีความตั้งใจ ที่มีความพึงพอใจในตอนต้นเพื่อเอาตัวรอด   แต่สุดท้ายก็หายหน้าไม่กลับมาให้เห็น

แสตมป์ไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง ถ้ามูลค่าในนั้นสูงลิบลิ่วเป็นหลักล้าน

แสตมป์ไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ กระดาษแผ่นหนึ่ง ถ้ามูลค่าในนั้นสูงลิบลิ่วเป็นหลักล้าน สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงในวงการ นักสะสมแสตมป์ไทยที่หลายคนอยากมีไว้ครอบครอง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึง “ความเป็นที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นแสตมป์ชุดราคาแพงที่สุด หรือชุดหายากที่สุด เพื่อความเป็นหนึ่งในสุดยอดนักสะสมแสตมป์ไทย ซึ่งนอกจากการตีคุณค่าเชิงราคาแล้ว ภาพในแสตมป์ยังบอกเล่าเรื่องราว ที่มาของประวัติศาสตร์ไทย ในแต่ละยุคสมัยที่ทรงคุณค่ามากมายกว่าสิ่งอื่นใด

เปิดตำนานแสตมป์ไทย มีหลายสิ่งที่น่าเรียนรู้และน่าค้นหาในเรื่องราวของแสตมป์ จากสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แสตมป์ไทย 3 สมัย เจนวิทย์ อภิชัยนันท์ กรรมการบริหารสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากร ผู้มีคลังความรู้เกี่ยวกับแสตมป์ไทยอย่างมหาศาล ทั้งเป็นหนึ่งนักสะสมที่ติดตามข่าวสารของแสตมป์มาโดยตลอด 22 ปี และร่วมค้นหาที่มา กว่าจะเป็นแสตมป์กับ วีณา จันทนทัศน์ นัก ออกแบบชั้นครู ได้เวลาที่ M-feature จะมาขุดคุ้ยความรู้จากกูรูแสตมป์ไทย ซึ่งการันตีด้วยรางวัลและความสามารถระดับชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

เริ่มด้วยความรู้พื้นฐานของแสตมป์ ซึ่งหลักๆแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แสตมป์ที่ใช้งานจริง แสตมป์ที่ระลึกที่ออกในวันสำคัญต่างๆ และแสตมป์พิเศษ ที่ไม่มีวาระออกใดๆ ส่วนใหญ่ออกมาเพื่อการประชาสัมพันธ์ และปัจจุบันแสตมป์ที่ นักสะสมให้ความสนใจ เป็นแสตมป์ใช้งานจริงที่เกี่ยวข้องกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว จะเห็นได้ว่าบทบาทหนึ่งของแสตมป์ไทยสามารถแบ่งยุคสมัยได้อย่างชัดเจน

แรกเริ่มแสตมป์ไทย
เจนวิทย์ อภิชัยนันท์ กรรมการบริหารสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แสตมป์ไทย 3 สมัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีแสตมป์ชุดแรก อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 คือ แสตมป์ชุดโสฬศ เป็นพระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่เรียกว่าแสตมป์ชุดโสฬศ เพราะแสตมป์ดวงแรกในชุดคือ แสตมป์ราคา 1 โสฬศ ซึ่งถือว่าเป็นแสตมป์ดวงแรกของประเทศไทย คล้ายกับประเทศอังกฤษที่มีแสตมป์ดวงแรกราคา 1 เพนนี ที่เรียกกันว่าเพนนีแบล็ก

โดยแสตมป์ชุดโสฬศ ครบชุดมีจำนวน 5 ดวง มีราคา 1 โสฬศ, 1 อัฐ, 1 เสี้ยว , 1 ซีก และ 1 สลึง โดยดวงราคา 1 เฟื้อง ได้ถูกส่งมาล่าช้า จึงไม่ได้ประกาศออกใช้

ราคาต่ำสุดของแสตมป์คือ 1 โสฬศ ซึ่งในสมัยก่อนเราใช้อัตราตัวเงินเป็นเลขฐาน 8
โสฬศ = 1/2อัฐ (อัฐเป็นตัวพื้นฐานเหมือนสตางค์ 64 อัฐ = 1 บาท)
เสี้ยว = 2 อัฐ
ซีก = 4 อัฐ
เฟื้อง = 8 อัฐ
สลึง = 16 อัฐ

แสตมป์ไทยในช่วงแรกจะเป็นพระบรมสาทิศ ลักษณ์ของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงค์ รวมถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ภาพครุฑ ภาพฉัตร หรือพระที่นั่งต่างๆ ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ก็เริ่มมีภาพอื่นๆ ที่ทางผู้นำประเทศในแต่ละสมัยต้องการใช้ประชาสัมพันธ์ประเทศ เช่น วัฒนธรรมไทย สินค้าส่งออกที่สำคัญ สัตว์และดอกไม้ประเภทต่างๆ เพราะว่าเมื่อแสตมป์ได้ถูกติดบนซองจดหมายส่งออกไปต่างประเทศนั้น ภาพบนดวงแสตมป์จะเป็นสื่อการประชาสัมพันธ์ประเทศที่ดีมากในช่องทางหนึ่ง

จุดเด่นหนึ่งที่นักสะสมชอบในแสตมป์ไทยนอกจากความสวยงาม คงไม่พ้นความสำคัญของ “คุณค่า” ทาง ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนอยู่ในดวงแสตมป์ และต้องยอมรับว่าแสตมป์ไทย ไม่ได้เป็นที่นิยมแค่ภายในประเทศหรือนักสะสมชาวไทยเท่านั้น แต่นักสะสมแสตมป์ทั่วโลกก็ให้ความสนใจไม่แพ้กัน ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความน่าสนใจ มีความเป็นเอกราช มายาวนาน ทำให้แสตมป์ไทยมีความเป็นเอกลักษณ์ค่อนข้างสูงมาก

ถือได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มี การแก้ราคาแสตมป์เยอะมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เพราะว่าในสมัยก่อนแสตมป์ที่ออกจำหน่ายผู้มีอำนาจสั่งพิมพ์ไม่ทราบว่าจะออก แสตมป์ราคาไหน มากเท่าไหร่ เลยออกมาในปริมาณค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก หรือในบางทีก็สั่งพิมพ์แสตมป์ที่มีราคาหน้าดวงสูงเข้ามามากกว่า แต่ปรากฏว่าแสตมป์ที่ใช้จริงส่วนใหญ่จะเป็นแสตมป์ที่มีราคาหน้าดวงต่ำ เพราะใช้ในการส่งจดหมายหรือสิ่งตีพิมพ์ภายในประเทศ

ในยุคแรกเริ่มมีแสตมป์ไทยหลายชุดที่น่าสนใจ เช่น ชุดพระตะบอง สมัยนั้นเมืองพระตะบองที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ยังเป็นเมืองที่ขึ้นแก่ประเทศไทย ที่เรียกชุดพระตะบองเนื่องจากว่า ในสมัยนั้นแสตมป์ที่ไปรษณีย์พระตะบองราคา 2 อัฐ กับราคา 10 อัฐ เกิดขาดแคลน ทางนายไปรษณีย์พระตะบองจึงเอาแสตมป์รัชกาลที่ 5 ชุด 3 ชนิดราคา 3 อัฐกับราคา 12 อัฐ มาพิมพ์แก้ราคาใหม่ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เป็นราคา 2 อัฐ กับ ราคา 10 อัฐ ตามลำดับ ปรากฏว่าไปรษณีย์ที่ทางกรุงเทพฯ ทราบเรื่อง จึงสั่งห้าม และเรียกคืนแสตมป์ทั้งหมด แสตมป์ชุดนี้จึงเป็นแสตมป์ที่หายากมากชุดหนึ่ง มีราคาประมาณ 3 แสนบาท

และแสตมป์ชุดฤชากร โดยในสมัยก่อนที่มีคนจีนทำงานอยู่ในประเทศไทย เมื่อต้องการส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศจีนก็จะไปส่งที่ผู้ส่งโพย ซึ่งผู้ส่งโพยก็จะรวบรวมเงินโพยเป็นห่อรวมกัน มัดเป็นห่อพัสดุ ซึ่งมีน้ำหนักมาก ต้องติดแสตมป์หลายสิบบาท แต่สมัยนั้นยังไม่มีแสตมป์ราคาเป็นสิบบาท จึงเอาแสตมป์ฤชากร ซึ่งเป็นอากรแสตมป์ที่ใช้ชำระในค่าธรรมเนียมศาลและที่ดินมาพิมพ์ทับคำว่า ”Postage” รวมทั้งชื่อประเทศและราคาเป็นภาษาอังกฤษ เป็นเพื่อใช้เป็นแสตมป์สำหรับการส่งจดหมายที่เป็นห่อใหญ่ เรียกว่า ชุดฤชากร ชุดนี้ก็มีราคาแพงมาก ประมาณ 4 แสนบาท เพราะมีราคาหน้าดวงที่สูงมากตั้งแต่ในสมัยนั้น คือราคา 10, 20 และ 40 บาท

ชุดหายาก – ราคาแพง
แสตมป์ไทยล้วนมีที่มาและความสำคัญ ด้วยกันทั้งนั้น ในตัวแสตมป์มีหลายปัจจัยเป็นตัวชี้วัดคุณค่าทั้งทางด้านราคา และความหายาก ซึ่งมีระยะเวลาและความสำคัญเป็นปัจจัยแวดล้อม คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ แม้แต่กูรูแสตมป์ไทยก็ต้องใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ความหลากหลายของแต่ละที่มา ในดวงแสตมป์

“แสตมป์หายากนั้นมันขึ้นอยู่กับว่า เราจะวัดจากอะไร คือปกตินักสะสมแสตมป์จะมีการใช้คู่มือการสะสมแสตมป์ ซึ่งจะเป็นแสตมป์ชุดเบื้องต้นหรือชุดพื้นฐาน แต่ละชุดก็จะมีราคาที่แตกต่างออกไป ถ้าเราเอาราคาเป็นตัวชี้วัด อย่าง ปัจจุบันแสตมป์ไทยจริงๆที่มีราคาแพงที่สุด คือ แสตมป์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พิมพ์แก้ราคา จากดวง 3 อัฐ แก้เป็น 1 อัฐ เรียกว่า “แบบหนึ่งนาฬิกา” เพราะเลขหนึ่งไทยที่พิมพ์เหมือนกับหน้าปัดนาฬิกาโบราณ ซึ่งจะหักรอบตัวลักษณะเหมือนแปดเหลี่ยม โดยแบบยังไม่ใช้ ราคาประมาณ 5-6 แสนบาท บางตำราเขาว่าพิมพ์เพียงแค่แผ่นเดียว ประมาณ 120 ดวงเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ในชุดสะสมของนักสะสมชั้นนำของประเทศไทย อย่างคุณสุรจิตร ก้องวัฒนา, ดร.ประกอบ จิรกิติ

นักสะสมแสตมป์แต่ละคนก็จะมีแนวทางการ เล่นของตัวเอง บางคนสะสมแสตมป์ไทยยุคคลาสสิก บางคนสะสมตราประทับบนแสตมป์ บางคนสะสมอากรแสตมป์ และก็มีบางท่านที่เน้นแสตมป์เฉพาะรัชกาล เช่น แสตมป์ในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ แสตมป์ในสมัยรัชกาลที่ 9 จึงเหมือนกับว่าแทบในทุกยุคสมัยก็จะมีนักสะสมที่สะสมและศึกษาในเชิงลึกตรง นี้อยู่

“หรือถ้าแสตมป์ที่เกี่ยวข้องกับ แสตมป์ไทย จะมีแสตมป์อยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนักสะสม คือ แสตมป์ไปรษณีย์กงสุลอังกฤษ โดยสมัยก่อน ประมาณ พ.ศ . 2425 – 2428 เราได้นำแสตมป์อินเดียและสเตรทเซทเทิลเมนทส์ ซึ่งปัจจุบันคือ ดินแดนในบางส่วนของมาเลเซีย และสิงคโปร์ มาพิมพ์ทับตัว B ซึ่งหมายถึง Bangkok คือ เมื่อก่อนเรายังไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ ดังนั้นเวลาต้องการส่งไปรษณีย์ไปต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้ไปรษณีย์ของกงสุลอังกฤษ ซึ่งนำเอาแสตมป์เหล่านี้มาใช้ โดยจะมีศัพท์ในวงการ เรียกว่า“แสตมป์ตัว B” โดยดวงที่มีราคาสูงที่สุดคือ ดวง 30 เซนต์ สี“แดงเลือดนก” โดยมีราคาถึงกว่า 3 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีแสตมป์ฮ่องกงที่นำมา ใช้ที่กรุงเทพฯ โดยประทับตราประจำวันกรุงเทพฯ ใช้งานจริงบนซองจดหมาย โดยในการประมูลมีราคาถึงหลักล้านบาท เนื่องจากเป็นซองจดหมายติดแสตมป์ฮ่องกงประทับตราประจำวันกรุงเทพฯ จึงเป็นที่ต้องการทั้งของนักสะสมทั้งที่เก็บแสตมป์ไทยและแสตมป์ฮ่องกง รวมทั้งนักสะสมแสตมป์ที่นิยมสะสมประเภทประวัติไปรษณีย์อีกด้วย โดยซองจดหมายส่งจริง ซึ่งจะทวีความหายากมากกว่าแสตมป์ดวงเดี่ยวๆ ในบางชิ้นราคา 4 – 5 ล้าน ก็เคยปรากฏมาแล้ว ซึ่งเคยเกิดขึ้นจากการประมูลและมีการสู้ราคาจนถึงระดับนั้น ดังนั้นแสตมป์ที่หายากหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแสตมป์ก็จะมีราคาสูง มูลค่าจึงเป็นตัวสะท้อนถึงความหายากด้วย”

การออกแบบสะท้อนความเป็นไทย
สิ่งที่นำมาพิมพ์ลงบนแสตมป์ ต่างสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ทั้งยังเป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญและมีความหมายน่าจดจำ เป็นสิ่งมีค่าที่ไม่ควรมองแค่ความสวยงามของการออกแบบ จึงเสมือนทำหน้าที่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ของประเทศ ซึ่งบางคนเคยเปรียบเทียบเป็น “ฑูตตัวจิ๋ว” เพื่อให้คนต่างชาติได้เห็นได้รู้จักประเทศไทย

“ความสำคัญของการออกแบบอยู่ที่โจทย์หัวข้อ” วีณา จันทนทัศน์ นัก ออกแบบแสตมป์ บอกว่า เราจะทำอย่างไรให้ภาพที่ออกแบบนั้นสื่อความหมายได้ชัดเจน เข้าใจง่าย แสตมป์เหมือนเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่แสดงความเป็นตัวของมันเอง รูปในแสตมป์ที่ออกแบบก็จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งชาวต่างชาติเห็นแล้วรู้ทันทีเลยว่าเป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมของไทย งานพิธีสำคัญต่างๆ ต่างสะท้อนถึงรูปแบบความเป็นไทยทั้งสิ้น

“การออกแบบต้องมีการศึกษาหาข้อมูลในเรื่องนั้นๆก่อน คน นี้มีความสำคัญต่อไทยอย่างไรบ้าง สถานที่นี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร อย่างแสตมป์ต่างๆที่เห็น เป็นชุดในหลวง วัดวาอารามของไทย เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระรุ่นต่างๆ ผ้าไทย ศิลปวัตถุ โบราณสถาน และในช่วงหนึ่งที่ประเทศต้องการเน้นเรื่องการส่งออก และให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก อย่างเช่น ชุดกีฬาไทย ข้าว เอเซียนเกมส์ สัตว์ เครื่องดนตรีไทย สินค้าส่งออก และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็ล้วนแต่มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของไทยทั้งหมด

นอกจากภาพในแสตมป์ต้องสื่อความ หมายออกมาให้ชัดเจนแล้ว ความสวยงามก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความจูงใจ เป็นความประทับใจครั้งแรกที่ได้เห็น ในการออกแบบจึงต้องมององค์ประกอบให้ครบทุกด้าน ศิลปะในการออกแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญ การวางตำแหน่งรูปภาพ ตัวอักษร ความเหมาะสมของการวางในตำแหน่งต่างๆ จึงต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่างมาประกอบกันเป็นแสตมป์”

เห็นได้ว่า สิ่งที่นำมาพิมพ์ลงบนแสตมป์จะมีความสำคัญทั้งหมด ที่ทำให้เกิดความสนใจศึกษาเพิ่มเติม จากเดิมที่เห็นแสตมป์บนหน้าซองจดหมายที่ส่งมา หลายคนอาจเกิดความสงสัยในสถานที่แห่งนี้ บุคคลท่านนี้ สิ่งของสิ่งนี้ ทำไมถึงนำมาจัดพิมพ์เป็นแสตมป์ จากความสงสัยจึงทำให้อยากค้นคว้าเรื่องราวในแสตมป์จนมีความรู้ต่อยอด จากจุดเริ่มต้นคือแสตมป์นั่นเอง

คุณค่าบนแผ่นกระดาษ
คุณค่าของแสตมป์ไม่ได้อยู่เพียงแค่ การเก็บสะสมเปล่าๆ แต่เมื่อไหร่ที่นำมาเรียบเรียงเป็นเรื่องราว พร้อมกับการศึกษาอย่างลึกซึ้งเพื่อสร้างเป็นชุดสะสมหรือคอลเลคชั่นขึ้นมา ก็จะมีคุณค่ามากขึ้น

เจนวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้แสตมป์ไทย ได้หยิบคอเล็กชั่นผลงานประกวดขึ้นมาเล่าเรื่องราวผ่านดวงแสตมป์ให้ฟังว่า การประกวดแสตมป์โดยการเอาแสตมป์มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวต่างๆ ให้ตรงกับสิ่งที่เรานำเสนอ โดยมีการศึกษาถึงเรื่องราวนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง อย่างผลงานการประกวดของผม หัวข้อ แสตมป์ทดสอบสถิติราชการ คือเมื่อก่อนทางกรมไปรษณีย์โทรเลขได้มีหน้าที่จัดส่งไปรษณียภัณฑ์ให้กับ หน่วยงานราชการ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล แต่ปรากฏว่าตัวเลขที่ได้รับไม่สะท้อนกับความเป็นจริง คือได้รับต่ำกว่าความเป็นจริง ทางกรมไปรษณีย์โทรเลขเลยออกแสตมป์ชุดนี้ใช้สำหรับทดสอบปริมาณการส่งไปรษณีย ภัณฑ์ระหว่างหน่วยงานราชการ แสตมป์ชุดนี้ออกใช้ระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ประมาณ 4 เดือน เท่านั้น ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2506 -31 ม.ค. 2507

สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำหรับ คอลเลคชั่นนี้ ก็คือซองจดหมายที่ส่งจริงในวันแรกที่จำหน่ายในวันที่ 1 ต.ค. 2506 โดยตราประทับประจำวันบนแสตมป์คือ 1 ต.ค. 2506 ซึ่งในปัจจุบันนี้พบเพียงซองเดียว และอยู่คอลเลคชั่นของผมนี่เอง โดยผลงานการประกวดนี้เคยได้รับรางวัลในระดับเหรียญทองในการประกวดแสตมป์ระดับชาติและทวีปเอเชียมาแล้ว

ปัจจุบันมีนักสะสมแสตมป์หน้าใหม่ลด น้อยลงกว่าแต่ก่อน เนื่องมาจากเทคโนโลยีมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆจึงมีมากขึ้น ส่งอีเมลแทนการส่งจดหมายและสนใจเรื่องการเก็บสะสมน้อยลง ก้าวแรกของการสะสมแสตมป์จึงถูกตัดออกไป เมื่อเทียบกับอัตราเด็กวัยเรียนในสมัยก่อน ถ้าถามว่ามีคนเก็บแสตมป์เท่าไหร่ ในสมัยนั้นเด็กๆจะยกมือกว่าครึ่งห้อง แต่ตอนนี้เด็กๆที่ยังสะสมแสตมป์คงเหลืออยู่ในห้องสัก 2 – 3 คน (หัวเราะ)

การสะสมแสตมป์จึงเป็นงานอดิเรกที่มี ประโยชน์มากๆ สามารถที่จะส่งเสริมทำให้เด็กๆมีพัฒนาการที่ดีในด้านต่างๆ อย่างเช่นในเรื่องของการช่างสังเกต มองเห็นจุดแตกต่างในแสตมป์ที่ไม่เหมือนกับแสตมป์ปกติทั่วไป ที่เรียกว่าแสตมป์ตลก เพราะถ้าเจอแสตมป์เหล่านี้เหมือนกับการเจอขุมทรัพย์ คือมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเยอะมากกว่าแสตมป์ปกติ และส่งเสริมให้เราเป็นคนช่างศึกษาหาความรู้ คือถ้าเราเจอในสิ่งที่เราไม่รู้ ก็สามารถค้นคว้าต่อยอดได้ไม่ว่าจะเป็นทางหนังสือ หรืออินเทอร์เนต และทำให้เราเป็นคนมีเพื่อนเยอะเนื่องจากการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องของแสตมป์กัน

ที่สำคัญการสะสมแสตมป์ทำให้เป็นคนใจเย็นและรู้จักการรอคอย เพราะจากวันแรกจนถึงวันนี้ นัก สะสมแสตมป์บางคนใช้เวลาหลายสิบปีในการสะสม ยิ่งไปกว่านั้นการสะสมแสตมป์เปรียบเหมือนการลงทุนในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะมูลค่าแสตมป์ก็จะเพิ่มขึ้นไปตามกาลเวลาและข้อมูลที่เราได้จากการศึกษา เพิ่มขึ้นนั่นเอง